
ในบรรดานักคิดผู้ศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ในมุมมองต่างๆ ถ้า Jared Diamond เปรียบเสมือนนักวิ่งผลัดแรก ผู้ส่องไฟให้เราเห็นปัจจัยสำคัญที่อยู่ใต้แบบแผนของประวัติศาสตร์มนุษย์ในระดับกว้างที่สุด คือระหว่างทวีปต่างๆ แล้ว Fareed Zakaria บรรณาธิการ Newsweek ชาวอินเดีย หนึ่งในนักคิดนักเขียนด้านการเมืองที่เฉียบคมที่สุดในโลกขณะนี้ ก็อาจเปรียบเสมือนไม้ผลัดที่สอง ที่จะส่องไฟในระดับแคบลง ให้เรามองเห็นสถานการณ์ของสังคมการเมืองมนุษย์ ได้อย่างถ่องแท้ยิ่งขึ้น
ในหนังสือชื่อ "The Future of Freedom" Zakaria ชี้ให้เห็นว่า ประชาธิปไตยนั้น ไม่ใช่เป็นระบอบที่ "ดี" ในตัวของมันเอง หากเป็นระบอบที่ต้องใช้ควบคู่ไปกับระบอบเสรีนิยมใต้รัฐธรรมนูญ (constitutional liberalism) เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ที่แท้จริงต่อสังคม ประชาธิปไตยเสรี (liberal democracy) คือ ประชาธิปไตยที่เคารพในสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และมีกลไกต่างๆ ที่จำกัดอำนาจรัฐอย่างได้ผล เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพเหล่านั้น
พูดง่ายๆ ก็คือ ให้อำนาจต่อประชาชนในการไปลงคะแนนเลือกผู้แทนเพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีระบอบรัฐธรรมนูญ และกลไกการคานและถ่วงดุลอำนาจรัฐภายใต้รัฐธรรมนูญนั้นที่มีประสิทธิภาพและเป็นอิสระจากการเมืองด้วย จึงจะสามารถคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้ จริงๆ แล้ว การแยกแยะเสรีนิยม (liberalism) ออกมาจากประชาธิปไตย (democracy) นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ความหลักแหลมของ Zakaria อยู่ตรงที่เขาสามารถเอาแนวคิดนี้มาปรับใช้ในการวิเคราะห์สถานการณ์โลกปัจจุบันได้อย่างทันเวลาและมีประโยชน์
ในหนังสือ Zakaria ยังชี้ว่าการเมืองอเมริกา ปัจจุบันประสบปัญหาจากการเป็น "ประชาธิปไตยมากเกินไป" คือนักการเมืองปัจจุบันต้องรับฟังเสียงจากกลุ่มผลประโยชน์ (interest groups) มากมายเป็นพันเป็นหมื่น ซึ่งความต้องการเหล่านี้มักขัดแย้งกัน ทำให้นักการเมืองมักตกอยู่ในภาวะรักพี่เสียดายน้อง ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่สามารถบริหารบ้านเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ปัญหานี้เป็นสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในสาขา public choice เห็นว่า เป็นหนึ่งในปัญหาหลักของการเมือง) และเรียกร้องให้อเมริกาแก้ไขปัญหาของตัวเอง ก่อนที่จะมากดดันชาวบ้านรอบโลกให้ทำตามโมเดลของตน ซึ่งก็ไม่ใช่เป็นโมเดล "สมบูรณ์แบบ" ที่จะใช้แก้ปัญหาได้ทั่วโลก เพราะแต่ละประเทศก็มีวัฒนธรรม ระดับการพัฒนา และสภาพสังคมที่แตกต่างกัน
ตอนนี้สงครามในอิรักทำท่าว่าจะไม่จบลงง่ายๆ (ยอดทหารอเมริกันที่เสียชีวิตในสงครามนี้ พุ่งสูงกว่ายอดในสงครามเวียดนามไปเรียบร้อยหลายเดือนแล้ว) และรัฐบาลอิรักที่มาจากการเลือกตั้งก็ดูเหมือนจะจัดการอะไรไม่ได้เลย เหตุการณ์นี้ทำให้แนวคิดของ Zakaria ที่ว่าประชาธิปไตยอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ ดูจะเป็นข้อสังเกตที่ใช้กับโลกเราได้มากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อหันมาดูประเทศไทย แม้ว่าตอนนี้เราจะมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งที่มีผู้ไปใช้สิทธิมากที่สุดในประวัติศาสตร์ (ซึ่งในนิยามของประชาธิปไตยก็อาจแปลว่า เราเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น) เสรีภาพของภาคประชาชน (รวมถึงสื่อต่างๆ) โดยเฉพาะเสรีภาพในการตีแผ่ความจริงและวิพากษ์การกระทำของรัฐบาล กลับถูกลิดรอนไปเรื่อยๆ อย่างน่าใจหาย ตอนนี้ชาวมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับพวกผู้ก่อการร้าย ก็กำลังถูกลิดรอนเสรีภาพในการเลือกรูปแบบการศึกษา การประกอบอาชีพ (เช่น ถ้าคุณเป็นชาวสวนยางที่ต้องไปกรีดยางตอนตีสี่ แล้วทหารห้ามไปกรีดเพราะมัน "อันตราย" ก็เท่ากับบังคับให้คุณไปหางานใหม่ทำ) และแม้กระทั่งการลี้ภัยทางการเมือง
เหตุนี้จึงดูเหมือนว่า ประเทศเรากำลังเดินทางเข้าสู่ภาวะ "ประชาธิปไตยไร้เสรี" ตามนิยามของ Zakaria ไปเสียแล้ว ถึงเวลาหรือยังที่นักการเมืองในบ้านเราจะหันมาสำเหนียกในคำเตือนของ Zakaria ว่า: "ประชาธิปไตยที่ปราศจากเสรีนิยมใต้รัฐธรรมนูญ ไม่เพียงแต่ไม่ดีพอเท่านั้น แต่ยังเป็นอันตรายใหญ่หลวง เพราะนำมาซึ่งการลิดรอนเสรีภาพ การใช้อำนาจในทางที่ผิด ความแตกแยกระหว่างเชื้อชาติ และแม้แต่สงคราม"
Zakaria เขียนบทความเรื่องหนึ่งชื่อ The Rise of Illiberal Democracy (ปรากฏการณ์ประชาธิปไตยไร้เสรี) ก่อนที่จะเขียนหนังสือ Future of Freedom และก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรม 9/11 ถึง 4 ปี แต่ยังไม่เก่าหรือล้าสมัยเลย:
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น